การรู้เขา-รู้เรา เป็นกระบวนการทางความคิดที่เราควรนำมาใช้เป็นแนวทางในการผูกมิตรเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคี รวมถึงการนำมาใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงาน ซึ่งการที่จะนำหลักคิดนี้มาใช้ให้เกิดผลได้จริงนั้น เราควรเริ่มต้นจากการรู้เราให้ถ่องแท้เสียก่อน
การจะรู้เราอย่างถ่องแท้ได้นั้น ต้องเริ่มมองตัวเองโดยปราศจากอคติ ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง ต้องมีสติรู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของตน เพื่อให้รู้ว่าตัวเองมีนิสัยและจริตเช่นไร ชอบไม่ชอบแบบไหน มีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไรตามความเป็นจริง นอกจากนั้น ยังต้องรู้ด้วยว่า ตัวเองมีเป้าหมายความต้องการในชีวิตอย่างไรและต้องสามารถบอกได้ว่าชาตินี้ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไรแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจเกิดเองก็ตาม
ข้อดีของการรู้เรา นอกจากจะช่วยทำให้เรารู้ว่าตัวเองจะต้องปรับปรุงพัฒนาในด้านไหนเพื่อที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตตามที่เราต้องการแล้ว ยังสามารถช่วยทำให้พาตัวเองไปอยู่ในสังคม ในที่ทำงาน ในบทบาทหน้าที่ ที่สอดคล้องกับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราให้มากที่สุด โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้จุดอ่อนของเรากลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ไม่เป็นข้อจำกัดในความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและไม่เป็นที่รังเกียจในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอีกด้วย
การรู้เราเพื่อไม่ทำให้ตัวเราเดือดร้อนเพียงด้านเดียวนั้นยังไม่พอ เราต้องรู้เราเพื่อระมัดระวังไม่ให้การกระทำของเราไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนด้วย ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในสังคมและที่ทำงานมักเกิดจากการละเมิดกติกาและไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น ชอบคิดเข้าข้างตัวเอง ไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา มองปัญหาของผู้อื่นดั่งภูเขา มองปัญหาของตัวเราแค่เส้นขนเสมอ
ฉะนั้น เมื่อรู้เราแล้ว เราก็ควรรู้เขาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขากลุ่มที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อเรา เช่น พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยาและลูก หรือ ผู้บังคับบัญชา หัวหน้า ลูกน้องและเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน หรือญาติสนิท มิตรสหาย เพื่อนบ้านและเพื่อนมนุษย์
เป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่มักจะพยายามเข้าใจผู้ที่ตนเองให้ความสำคัญและมองว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตตัวเองมากที่สุดก่อนเสมอ ลองสังเกตตอนคุยกับเจ้านายดูก็ได้ คนส่วนใหญ่มักสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีกว่าปกติ และมักจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองน้อยลงเมื่ออยู่กับคนที่ตัวเองคิดว่ามีความสำคัญหรือมีอิทธิพลต่อตนเองน้อยกว่า
สภาวะการควบคุมอารมณ์ที่ลดลงเมื่อเราคิดว่าเขามีความสำคัญน้อยกว่าหรือคิดว่าเขาไม่มีอิทธิพลเหนือเราจึงเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาความขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ลูกค้ากับคู่ค้า สามีกับภรรยา หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จักกันในสังคม
ถ้าการอยู่ร่วมกันในสังคม ทุกคนนำหลักคิด “รู้เขา-รู้เรา” มาใช้อย่างมีเหตุมีผล โดยมีเป้าหมายการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เข้าใจธรรมชาติความต้องการของคนบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ไม่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนมากเกินไป มองคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน เมื่อรู้เขารู้เราเช่นนี้แล้ว การรบที่เปรียบเหมือนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกี่ร้อยครั้งก็จะชนะทุกครั้งได้อย่างแน่นอน
ณัฐ นิวาตานนท์
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ดี.จี. ทรานส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ผู้ขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายมืออาชีพ